กิจกรรมการจัดตั้งทำนบปลาประจำหมู่บ้านและเพิ่มผลผลิตประมงในแหล่งน้ำ
เทศบาลตำบลเกาะแก้ว
อำเภอเสลภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด
หลักการและเหตุผล
ตามที่ เทศบาลตำบลเกาะแก้ว
ได้ดำเนินโครงการขยายพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553
และดำเนินงานตามโครงการฯ อย่างต่อเนื่องและเป็นประจำทุกปี
ซึ่งในการดำเนินโครงการฯ
เพื่อขยายพันธุ์ปลาปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติภายในเขตตำบลเกาะแก้ว
และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม
ตลอดจนประชาชนได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา ถวายเป็นพระราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ
และเป็นการขยายพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนตลอดไป
ในปี พ.ศ. 2555
เทศบาลตำบลเกาะแก้วได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์ปลาตำบลเกาะแก้วขึ้น
เพื่ออนุรักษ์ เฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา
และช่วยขยายเครือข่ายเฝ้าระวังรักษาพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติตำบลเกาะแก้ว
และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2555
และเทศบาลตำบลเกาะแก้ว
ได้เห็นความสำคัญในการขยายพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ
จึงได้จัดทำกิจกรรมจัดตั้งทำนบปลาประจำหมู่บ้านและเพิ่มผลผลิตประมงในแหล่งน้ำขึ้น
โดยเน้นหมู่บ้านที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กอยู่ใกล้หมู่บ้าน ชุมชนได้อาศัยแหล่งน้ำในการอุปโภคบริโภค
มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำโดยคณะกรรมการและราษฎรที่มาจากการคัดเลือก
จัดกิจกรรมในแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง
"ทำนบปลาประจำหมู่บ้าน"
และ "เพิ่มผลผลิตประมงในแหล่งน้ำ"
เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นในการพัฒนาแหล่งน้ำให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชน
ในชนบทโดย "กิจกรรมทำนบปลาประจำหมู่บ้าน" เป็นกิจกรรมที่มีการพัฒนามาจาก
"โครงการพัฒนาทำนบปลาประจำหมู่บ้าน"
ซึ่งเกิดจากความต้องการของราษฎรในการที่จะพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กในหมู่บ้านให้เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค
เป็นศูนย์กลางในการประกอบกิจกรรมด้านการเกษตร อาทิเช่น ประมง เลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูก
ตลอดจนแหล่งอาหารโดยเฉพาะโปรตีนปลาสำหรับราษฎรในชนบท
แนวทางการบริหารโครงการได้กำหนดให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการดูแล
รักษาบริหารแหล่งน้ำ ตลอดจนการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากแหล่งน้ำด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรมีการรวมกลุ่มกันรับผิดชอบ
มีความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนมีความรู้ความสามารถและก่อให้เกิดทักษะในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้แก่ราษฎร
เพื่อที่จะใช้ในการนำไปประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ให้ตนเอง ตลอดจนเพื่อให้ราษฎรมีความตระหนักในความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรประมง
"กิจกรรมเพิ่มผลผลิตประมงในแหล่งน้ำ"
เพื่อช่วยปรับปรุงแหล่งน้ำให้อยู่ในสภาพดีและมีศักยภาพในการผลิตทางการประมง
การบริหารและดูแลแหล่งน้ำจะดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการประมงหมู่บ้าน
ซึ่งมาจากการคัดเลือกร่วมกันของคณะกรรมการหมู่บ้านและราษฎรในหมู่บ้าน
เทศบาลตำบลเกาะแก้วจะดำเนินการอบรมคณะกรรมการฯ
และราษฎรที่ได้รับการคัดเลือก
ให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักการดำเนินงานของโครงการฯ
ความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ตลอดจนการบริหารดูแลและรักษาแหล่งน้ำโดยคณะกรรมการและราษฎรในหมู่บ้าน
ต้องร่วมมือกันในการดำเนินการ อาทิเช่น การเตรียมแหล่งน้ำ
ให้มีคุณภาพน้ำที่ดีและธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงปลา
ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกชนิดพันธุ์ปลา ที่ปล่อยลงในแหล่งน้ำ
ตลอดจนกำหนดขนาดและอัตราการปล่อย ลูกปลา
ภายใต้คำแนะนำด้านวิชาการของเจ้าหน้าที่กรมประมง และเมื่อกำหนดชนิดปลา
ขนาดและอัตราปล่อยที่เหมาะสมได้แล้ว จะดำเนินการประสานงานกับกรมประมงให้จัดสรรพันธุ์ปลา
ตามที่กำหนดแล้วร่วมกันกำหนดกฎเกณฑ์ในการดำเนินการ
ปล่อยพันธุ์ปลาลงแหล่งน้ำตามวันที่กำหนด แล้วดำเนินการ ดูแลรักษาแหล่งน้ำ อาทิเช่น
การกำจัดวัชพืชและศัตรูปลา ใส่ปุ๋ยและอาหารเสริมพวกรำ ปลายข้าว และเศษผัก
ตลอดจนการจัดตั้งเวรยามดูแล จนเมื่อปลาโตได้ขนาดที่เหมาะสม (ประมาณ 6-8 เดือน)
คณะกรรมการ ฯ และราษฎรในหมู่บ้านจะร่วมกำหนดวิธีการที่จะ จับปลา
ขึ้นมาโดยจะขึ้นกับความเหมาะสมและความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ อาทิเช่น
การจับปลาแบบ ทยอยจับ
โดยคณะ
กรรมการฯ
หรือ ราษฎรร่วมกันจับปลาขึ้นมาจำหน่ายให้กับราษฎรภายในหมู่บ้านในราคาถูก
โดยจะดำเนินการจับเป็นระยะตลอดปี หรือ การเปิดขายบัตรจับปลา คณะกรรมการฯ
และราษฎรในหมู่บ้านจะร่วมกันกำหนดกฎระเบียบในการที่จะจับปลาในแหล่งน้ำ
โดยอาจกำหนดให้ผู้ที่จะจับปลาต้องทำการซื้อบัตรเพื่อจับปลาในแหล่งน้ำ
โดยจำแนกราคาตามขนาดและชนิดเครื่องมือที่ใช้หรือในกรณีที่แหล่งน้ำมีขนาด
ใหญ่หรือราษฎรมีความจำเป็นที่ต้องจับปลาเพื่อหารายได้หรือยังชีพ
อาจมีการเปิดให้จับปลา โดยมีการแบ่งเขตแหล่งน้ำ ให้จับปลาได้บางบริเวณ
โดยกำหนดชนิด ขนาดเครื่องมือที่อนุญาตให้จับได้
เนื่องจาก"ประมงหมู่บ้าน"นั้นมีเป้าหมายในการดำเนินงานโดยให้ ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมและช่วยเหลือตัวเองได้ในที่สุด
โดยรัฐจะสนับสนุนในช่วงแรกๆ
เท่านั้น รายได้ที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ คณะกรรมการและราษฎรในหมู่บ้านจะต้องร่วมกันดำเนินการจัดสรรเพื่อใช้ในการ บริหารและดูแล แหล่งน้ำ
อาทิเช่น การจัดหาพันธุ์ปลามาปล่อย, การปรับปรุงแหล่งน้ำและสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นภาพรวมของหมู่บ้าน กิจกรรมทั้งสองนี้
กรมประมงมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ชุมชนและองค์กรราษฎรในชุมชนมีความ
สามารถที่จะพัฒนาและช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง อันจะเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง
และมีความสามารถที่จะประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เข้าใช้ในการพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วัตถุประสงค์
1.
พัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กในหมู่บ้านให้เป็นแหล่งน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค
2.
ช่วยเพิ่มแหล่งโปรตีนให้กับชุมชน
3.
ช่วยปรับปรุงแหล่งน้ำให้อยู่ในสภาพดี
4.
ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
5.
การบริหารดูแลและรักษาแหล่งน้ำโดยคณะกรรมการและราษฎรในหมู่บ้าน
6.
เป็นแหล่งน้ำต้นแบบในการจัดกิจกรรมฯ
เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมฯ ต่อไป
เป้าหมาย
หนองสิม
บ้านโคกกลาง หมู่ 9 ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เนื้อที่ 23 ไร่
วิธีดำเนินกิจกรรม
1.
จัดตั้งคณะกรรมการจัดการแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน
คณะกรรมการจัดการแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านและราษฎร
ได้ร่วมกันคัดเลือกคณะกรรมการจัดการแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน
ประกอบด้วยราษฎรในหมู่บ้าน จำนวน 10 – 15
คน เสนอต่อนายกเทศมนตรีเพื่อแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ดังต่อไปนี้
ประธาน 1 คน
รองประธาน 1 คน
เหรัญญิก 2 คน
กรรมการ
5 – 10 คน
เลขานุการ 1 คน
ให้คณะกรรมการฯ
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
1.1 ร่วม
วางแผนและปฏิบัติงานกับคณะทำงาน
ประสานงานกับราษฎรในหมู่บ้านในการกำหนดกฎเกณฑ์และระเบียบการบริหารแหล่งน้ำ
เพื่อบำรุงรักษาและบริหารแหล่งน้ำให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้สูงสุด
1.2 กระตุ้นให้เกิดการรวมตัวของราษฎร
เพื่อร่วมกันพัฒนาและใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
1.3 บริหารรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากแหล่งน้ำตามกิจกรรมต่างๆ
ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาแหล่งน้ำ และหมู่บ้าน
คณะกรรมการฯ
พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุผล ดังนี้
- ตาย
- ลาออก
- คณะกรรมการฯ
มีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
โดยมีมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของคณะกรรมการฯ ทั้งหมด
- นายกเทศมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง
- คณะกรรมการฯ
อยู่ในตำแหน่งครบวาระ 4
ปี
การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการฯ
เมื่อคณะกรรมการฯ
พ้นจากตำแหน่ง ให้ราษฎรในหมู่บ้านเลือกตั้งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งแทน
แล้วเสนอนายกเทศมนตรีแต่งตั้งต่อไป
2.
การอบรม
ดำเนินการจัดอบรมราษฎรบริเวณรอบแหล่งน้ำ
ให้เข้าใจหลักการดำเนินงานของกิจกรรม ให้มีความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ
ตลอดจนการดูแลรักษาและบริหารแหล่งน้ำเป็นเวลา 1
วัน ณ
พื้นที่ดำเนินการ
3. การดำเนินงานในแหล่งน้ำ
คณะกรรมการฯ
ราษฎรและคณะทำงานร่วมกันดำเนินงาน ดังนี้
- การเตรียมพันธุ์ปลา
คณะกรรมการฯ
และราษฎร ร่วมกันกำหนดแผนการปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำ เพื่อกำหนด ชนิด ขนาด
และอัตราการปล่อยปลาเป็นการกำหนดตามหลักวิชาการของโครงการฯ โดยเน้นปลากินพืช เช่น
ปลานิล ปลาตะเพียน ปลายีสกเทศ เป็นต้น
ขนาด 3–5
เซนติเมตร
โดยมีอัตราการปล่อยประมาณ 5,000
ตัว/ไร่
หากคณะกรรมการฯ
มีความประสงค์พันธุ์ปลาชนิดอื่น ให้สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
โดยขอคำแนะนำทางวิชาการจากนักวิชาการประมงของสถานีประมง/ศูนย์เรียนรู้โครงการเพาะพันธุ์ปลาตำบลเกาะแก้ว
แล้วดำเนินการจัดหาพันธุ์ปลาเพื่อปล่อยตามแผนฯ ต่อไป
4.
การปล่อยพันธุ์ปลา
ให้คณะกรรมการฯ
และราษฎร ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา
เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการตามแผนการปล่อยพันธุ์ปลา
5.
การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ
ให้คณะกรรมการฯ
และราษฎร ร่วมกันตั้งเวรยามและผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน ดูแลรักษาแหล่งน้ำ
กำจัดวัชพืช กำจัดศัตรูพืช ให้อาหารสมทบ เช่น รำ ปลายข้าว เศษผัก เป็นต้น
6. การจับปลา
หลังจากปล่อยปลาไปแล้ว
ประมาณ 6 – 8 เดือน ปลาจะโตได้ขนาดที่จะบริโภคได้ คณะกรรมการฯ และราษฎรร่วมปรึกษา
และกำหนดวิธีการจับปลา ตามความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เช่น
กรณีที่
1 จับปีละครั้ง
แหล่งน้ำที่มีน้ำน้อยในฤดูแล้งและขนาดแหล่งน้ำไม่ใหญ่มาก
หรือในหมู่บ้านมีแหล่งน้ำอื่นๆ ซึ่งราษฎรสามารถหาปลาบริโภคได้
อาจใช้วิธีห้ามจับปลาในแหล่งน้ำของกิจกรรมตลอดปี จนกระทั้งปลาโตได้ขนาด
คณะกรรมการฯ จะร่วมประชุมให้เปิดจับปลา และกำหนดวิธีการขายแบบขายบัตรจับปลา
กรณีที่ 2 แบบทยอยจับ
แหล่งน้ำที่มีน้ำตลอดทั้งปี
มีการดูแล และให้อาหารสมทบสม่ำเสมอ คณะกรรมการฯ
และราษฎรควรร่วมทยอยจับปลาซึ่งโตได้ขนาดด้วย อวน แห ข่าย
พร้อมทั้งปล่อยทดแทนเป็นระยะตามสัดส่วนปลาที่จับขึ้นมา
กรณีที่ 3 แบบผสมผสาน
ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่
ถ้าราษฎรมีความจำเป็นต้องจับปลาเพื่อการยังชีพและหารายได้ให้แก่หมู่บ้าน
อาจดำเนินการแบ่งเขตแหล่งน้ำให้จับปลาได้บางบริเวณแต่ต้องกำหนดชนิดเครื่องมือ เช่น
เบ็ด สวิง สะดุ้ง
และแห
อวน ข่าย กำหนดความถี่ไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร เป็นต้น
และเมื่อถึงฤดูแล้งจึงเปิดจับปลาทั้งแหล่งน้ำโดยการขายบัตรจับปลา
7.
กิจกรรมต่อเนื่อง
เพื่อใช้แหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน
คณะทำงานต้องกระตุ้นให้คณะกรรมการฯ และราษฎรเห็นความสำคัญในการใช้แหล่งน้ำเป็นจุดเริ่มต้น หรือศูนย์รวมของการพัฒนาการเกษตรแบบผสมผสาน
โดยมุ่งเน้นทั้งด้านการเกษตรและปศุสัตว์ เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตอาหารประจำหมู่บ้าน
โดยสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และวัฒนธรรมของหมู่บ้าน
8. การบันทึกข้อมูล
ให้คณะกรรมการฯ
บันทึกข้อมูลการดำเนินงาน ผลการปล่อยปลา จับปลา การจัดสรรรายได้
ปัญหาการดำเนินงานในสมุดทะเบียนประวัติแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน
เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพของแหล่งน้ำ และร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที
9. การปะเมินผลการดำเนินงาน
เมื่อสิ้นปีงบประมาณจะมีการจัดประชุมเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน
โดยคณะกรรมการหรือราษฎรบริเวณแหล่งน้ำ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเกาะแก้ว
เพื่อสรุปผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ
จะได้ร่วมกันตกลงแก้ไขปัญหาและหาแนวทางปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป
ระยะเวลาในการดำเนินงาน
ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555
– มีนาคม พ.ศ. 2556
ผู้รับผิดชอบดำเนินกิจกรรรม/โครงการ
สำนักปลัดเทศบาลตำบลเกาะแก้ว/กลุ่มส่งเสริมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำตำบลเกาะแก้ว/คณะกรรมการบริหารจัดการแหล่งน้ำและราษฎรกลุ่มเป้าหมาย
งบประมาณ/แหล่งที่มา
งบประมาณสำนักงานเทศบาลตำบลเกาะแก้ว/กองทุนหมู่บ้านหมู่
9 บ้านโคกกลาง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.
ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
2. เป็นแหล่งอาหารและโปรตีนสำหรับชุมชน
3. แหล่งน้ำกลับสู่สภาพดีเหมาะสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค
4.
ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
5.
สร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมให้กับชุมชน
6.
ใช้หมู่บ้านตัวอย่างในการบริหารจัดการแหล่งน้ำธรรมชาติประจำตำบลเกาะแก้ว
